2005/Oct/27

สวัสดีค่า

ขณะนี้โรงเรียนได้เลื่อนเปิดเทอมไป 1 อาทิตย์

เนื่องจากว่าซ่อมอาคารเรียนไม่เสร็จ (รู้สึกจะอย่างนี้)

เลยเลื่อนจากวันที่ 25 ต.ค. ไปเป็นวันที่ 1 พ.ย. แทน

ดีใจมาก แต่ทำให้ไม่มีเรื่องให้อัพเลย - -"

ตอนแรกคิดไว้ว่าจะอัพรูปเค้ก ชา แล้วก็ช็อคโกแลต

ที่ไปกินมาที่ร้าน Le Gourmet

แต่ว่า...หาสาย usb ไม่เจอก็เลยยังไม่ได้เอามาลง

ขณะนี้ก็กำลังหาอยู่ จำไม่ได้ว่าตัวเองเอาไปไว้ที่ไหน

วันนี้ก็เลยเอา กฏ 10 ข้อของรักแท้มาให้อ่านเล่นๆดีกว่า

(จริงๆมีคนมาบอกว่าเริ่มจะดอง blog แล้วเลยต้องหาเรื่องมาอัพ)

กฎ 10 ข้อของรักแท้

กฎข้อที่ 1 ความสัมพันธ์เกิดขึ้นเองไม่ได้

ความสัมพันธ์ที่ดี เกิดจากความพยายามและทุ่มเทอย่างมีสติ ความรักคือการเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุข ความรักเรียกร้องให้เราซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเรารู้สึกอย่างไร บางทีสิ่งสำคัญที่สุดคือความรักต้องการให้เราพร้อมที่จะแสดงออกและทัศนคติรวมถึงความรู้สึกในแง่ร้ายและแง่ดี บทสรุปของความสัมพันธ์ไม่ได้ตัดสินจากโชคชะตา ซึ่งคู่รักต้องรับผิดชอบร่วมกัน ช่วงเริ่มแรกรู้จักกัน เราจะระวังเรื่องการวางตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ชักขี้เกียจและใส่ใจผลกระทบของเราน้อยลง แต่ความสัมพันธ์ไม่เคยหยุดนิ่งกับที่ มันอาจเติบโตหรือถดถอย คุณควรรู้ว่าความรักขึ้นกับตัวคุณเอง คุณจะมีความหวังและมองโลกในแง่ดี แทนที่จะเป็นแค่นักสังเกตการณ์อยู่เฉยๆ คุณจะได้มีส่วนร่วมทำให้ความสัมพันธ์นี้ยั่งยืน

กฎข้อที่ 2 ความรักขาดสีสันได้ แต่ไม่มีวันตาย

เมื่อชีวิตคู่มีปัญหา เราจะอยากปกป้องตัวเอง เรากลัวความเจ็บปวด และการถูกทอดทิ้ง เราเลยเชื่อว่าความรักตายไปแล้ว แต่ความรักอาจกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ถ้าเราเข้าใจว่าความรู้สึกลึกซึ้งแบบนั้นก็อาจหยุดนิ่งกับที่บ้าง แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีอยู่ คุณอาจทำตามกฎข้อนี้ได้ด้วยการแบ่งแยกสิ่งที่คุณรู้สึกตอนนี้ออกจากสิ่งที่คุณรู้สึกเมื่อตอนเริ่มคบกัน จำไว้ว่าความรักที่คุณรู้สึกได้ในอดีตเป็นของจริง สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อฟื้นฟูความรักคือ ค้นหาว่าความโกรธและความเศร้านั้นเกิดจากอะไร พอรู้แล้วก็แสดงความรู้สึกออกมาเต็มที่ แล้วตามด้วยการให้อภัยและยอมรับ ความรู้สึกดีๆก็จะกลับมาแทนที่อีกครั้ง

กฎข้อที่3 ชีวิตคู่ไม่ใช่การแก้ปัญหา

เมื่อเราผลักภาระให้คนรักมากเกินไป เราจะหลบหนีความผิดหวังไม่พ้นและทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจเปล่าๆที่สำคัญกว่านั้นคือ แม้ว่าการอยู่เคียงข้างเขาดูจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แต่ความรู้สึกนั้นจะยั่งยืนก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นจากตัวเราเอง ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเองก่อน ไม่งั้นเราก็จะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หรือจะไม่สามารถรักใครได้จริง

กฎข้อที่ 4 ความรักคือการยอมรับไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง

น่าแปลกที่เริ่มแรกเราจะหลงใหลความแตกต่างของอีกฝ่าย แต่พอคบกันจริงๆ เรากลับพยายามลบล้างเอกลักษณ์ของเขาที่ดึงดูดใจเรา นั่นก็เพราะว่าความแตกต่างทำให้เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่มั่นคง เพราะเหมือนกับว่าเขาปฎิเสธหรืออยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่เรให้คุณค่านั่นเอง ความจริงแล้วความรักคือการยอมรับข้อเสียของใครสักคนและเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นคนพิเศษกว่าใครๆ เขาเองอาจไม่ได้มองว่าความหวังดีเขากลับมองว่าคุณกำลังลดทอนคุณค่าในตัวเขา การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าตัวอยากทำเอง ซึ่งความอยากนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ยอมรับและมีคนรักเท่านั้น

กฎข้อที่ 5 คู่รักไม่ใช่นักอ่านใจ

เรื่องเพ้อฝันอย่างหนึ่งของความรักก็คือฝันว่าคนรักจะรู้จักตัวตนของเราในแบบที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน เราอยากให้เขารู้จิตใจเราก็เพราะเราไม่อยากรู้สึกโดดเดี่ยว เราอยากถูกยอมรับ เราอยากมีตัวตน พอเขาไม่รู้ใจเรา เราก็เลยเศร้า ผิดหวัง หรือแม้แต่รู้สึกถูกทรยศ แต่ถึงเราจะอยากให้เขาเป็นแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่นักอ่านใจ เราจะคิดเอาเองไม่ได้ว่าเขาจะรู้ทุกความรู้สึกของเรา เราต่างหากที่มีหน้าที่ทำให้เขารู้จักตัวเรา บางคนคิดว่าการที่เขารู้ใจคุณแสดงให้เห็นว่าเขารักคุณ จริงๆแล้วเขาทำตามที่คุณเรียกร้องต่างหากแสดงว่าเขารักคุณจริงๆ ดังนั้นอย่ารอให้เขาเดาใจคุณ เพราะมันจะเกิดแต่การเข้าใจผิด และความเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย

กฎข้อที่ 6 คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ

เราประเมินความสัมพันธ์ได้จากการกระทำของคู่รัก ไม่ใช่จากคำพูดของพวกเขา คำพูดอาจแสดงให้เห็นความตั้งใจดี แต่วิธีที่เราสนับสนุนคำพูดนั้นต่างหากที่ส่งผลกระทบจริงๆ ถ้าคุณอยากให้ความรักเข้มแข็ง วิธีสื่อสารที่ดีที่สุดคือแสดงความรัก เอาใจใส่ และละเอียดอ่อน ให้คุณถามตัวเองว่าคุณได้ทำอะไรเพื่อคนที่คุณรักจะดีกว่าการบอกเขาว่าคุณอยากทำอะไรให้เขา

กฎข้อที่ 7 ความสัมพันธ์ที่ดีจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องเจอคือการเปลี่ยนแปลงของตัวเราเองและการเปลี่ยนแปลงของเขา อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้ ให้คิดว่าเขาจะไว้ใจและรักคุณมากพอที่จะเข้าใจการเติบโตของคุณ ส่วนคุณเองก็ควรให้เกียรติเขาในแบบเดียวกัน แม้ว่าความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นคู่กับการเปลี่ยนแปลงของเราจะทำให้เราอึดอัดใจ แต่นั่นก็เท่ากับทำให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มหยุดนิ่งกับที่มีสีสันขึ้นมาไม่ใช่หรือ การที่มี "ช่วงเวลาแย่ๆ" ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นมีปัญหาใหญ่โต แต่มันแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่คู่รักจะต้องยอมรับอย่างเข้าใจ

กฎข้อที่ 8 การนอกใจคือยาพิษฆ่าความรัก

การนอกใจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา คนที่นอกใจนั้นกำลังพยายามหาแหล่งหลบภัยที่อื่นมากกว่าและถึงอีกฝ่ายจะไม่รู้ แต่มีบางอย่างถูกทำลายแบบไม่สามารถแก้ไขได้ไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องมีความซื่อสัตย์และการให้เกียรติเป็นแกนกลาง การให้เกียรตินั้นไม่ใช่นามธรรม เป็นสิ่งที่เราต้องทำเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นความรักจะอ่อนแอและความไว้ใจจะถูกทำลาย ค่านิยมประเพณีได้ได้เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล ไม่ใช่เป็นวิธีจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคล แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่ทำให้ความรักของมนุษย์คงอยู่ได้

กฎข้อที่ 9 โทษคนอื่นคือการผลักภาระ

การโทษคนอื่นเป็นการย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง มันทำให้เรามองตัวเองเป็นเหยื่อ เราโทษคนอื่นก็เพื่อให้เขารู้สึกผิด แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดตามาไม่ใช่ด้านดี เป็นการทำให้เขาสะสมความคับแค้นใจและหมดรักเราไปทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

กฎข้อที่ 10 ความรักไม่ใช่การลงโทษแต่คือการให้อภัย

การให้อภัยมีสองแบบ แบบแรกคือให้อภัยตัวเองและคิดว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แบบที่สองคือให้อภัยคนรักอย่างจริงใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราอยากจะทำให้เขาเจ็บปวด อยากจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาผิดในเวลาที่เราโกรธ แต่เมื่ออารมณ์เย็นลง ขั้นสุดท้ายของการรื้อฟื้นความรักก็คือการให้อภัย ถึงคุณจะโกรธแค่ไหน ถึงคุณคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเพียงใด คุณจะรักเขาอีกไม่ได้เลยถ้าคุณไม่ให้อภัย การให้อภัยไม่ใช่การหาเหตุผลมาลบความเจ็บปวด แต่เป็นความเต็มใจที่จะกำจัดความรู้สึกแง่ลบนั้นทิ้งเพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นก้าวต่อไปได้

พวกนี้ก็เอามาจากจิ้มเบาๆนะเจ้าค่ะ

ส่วนมากก็น่าจะเคยเห็นในบทความตามเว็ปต่างๆหรือ FWDmail แล้วนะค่ะ

ก็เหมือนเอามาลงเก็บข้อความที่โดนใจ

วันนี้ก็ไปและค่ะ ระเห็จออกจาก blog

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
รักแท้มีกฎด้วยเหรอครับ
ใครหนอช่างคิด
#1  by  blackholesun At 2005-10-27 20:03, 
น่าจะเรียกว่า 10 ข้อในการสร้างรักแท้มากกว่า
#2  by  Na - th (นัท) At 2005-10-27 20:28, 
อ่านแล้วเหมือนจะเข้าใจมากขึ้น... แต่ยังไม่มีก็คงไม่เข้าใจอยุ่ดี
#3  by  Otohime Naenia At 2005-10-27 23:33, 
น่าสนใจ ถ้าทำได้ก็คงดีน๊า
ชอบกฎข้อ 4 จัง
#4  by  ♡ BlackCrystal ♡ At 2005-10-28 20:37, 
ดีจังเลยนะคะ ^^~~
กดข้อ 4 นี่ เยี่ยมเลย~
แต่ทุกข้อก็เยี่ยมเหมือนกันนะคะ
#5  by  :: シンテイー :: At 2005-10-30 12:26, 

หากผมย้อนเวลาได้ ผมคงไม่พูดเช่นนั้นกับเขา คนที่ผมรักดั่งพี่ชายแม้เขาจะเป็นคนทำให้ความรักของผมจบลง แต่สุดท้ายผมก็ต้องสูญเสียคนที่ผมรักทั้งสองคนไป ไม่สิ...หากย้อนเวลาได้ผมคงไม่ขอรู้จักกับเค้าทั้งสองเลยเพราะผมจะได้ไม่ต้องแบกรับความเศร้าจากการสูญเสียที่จะเป็นตราบาปตราบสิ้นลมหายใจ...ผมคงเห็นแก่ตัวไปใช่ไหม





แด่ : เทวดาทั้งสองของชั้น

ชิม ชางมิน




ในวันที่ผมได้ย้อนกลับมาที่บ้านหลังนี้หลังจากที่ทุกอย่างจบลง ผมพบภาพต่างๆที่บันทึกความทรงจำทุกอย่างก่อนที่ผมจะทำมันให้มันกลายเป็นแค่อดีต...

"ฮ้าววววววววววว" เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในเวลาเช้ามืดวันหนึ่ง (นี่นะเสียงนาฬิกา-*-)


"เฮ้ยยย แจ ปิดนาฬิกานายเดี๋ยวนี้" มินพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด


"อะ..อืม...ยุน ยุน ยุนโว้ยยย! บอกเซียไปปลุกมิกกี้มาปิดนาฬิกาทีดิ๊" แจกล่าวทั้งๆ ที่นาฬิกาอยู่ในมือตัวเอง

ดังนั้นผลก็คือ...

ทุกคนตื่นกันหมด

"เฮ้ออ แค่นายเอานิ้วชี้ไปจิ้มบนนาฬิกาก็หมดเรื่อง เห็นไหมตื่นกันหมดเลย" มินบ่นกับการกระทำแปลกๆของแจจุง

"ไหนๆก็ตื่นกันหมดแล้ว นี้ก็พึ่งตี 5 ครึ่งเอง คงไม่มีร้านอาหารที่ไหนเปิดกันแต่ไก่โห่หรอก งั้นวันนี้นายต้องรับผิดชอบที่ทำให้ทุกคนตื่นด้วยการทำอาหารเช้าให้พวกเรากิน^^" เซียเสนอความคิดขึ้นมา

"เออดีเหมือนกัน งั้นชั้นขอ.....บลา บลา บลา......"

ทุกคนก็สั่งสารพัดอาหารที่อยากกินกับแจอย่างอารมณ์ดี เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะการแกล้งแจเวลาทำอาหารน่ะ งานอดิเรกประจำวงเลย เอ่อ...ถ้าในวงไม่รวมแจนะ "-_-

"เออๆ เหอะ! พวกนายไม่ต้องมาทำเป็นพูด อย่างกับทุกวันนี้ที่พวกนายอยู่รอดได้ในแต่ละมื้อไม่ใช่ฝีมือชั้น ชิ" แจบ่นพึมพำดังๆให้พวกขี้แกล้งได้ยินก่อนที่จะเดินเข้าครัว

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าแจเป็นพ่อครัวฝีมือเยี่ยมแม้เค้าจะชอบทำอาหารแค่ไหน แต่มันก็มีอุปสรรคเพราะ... เขาเกลียดการหั่น สับ และทอด (แล้วทำอาหารได้ยังไงวะ -*-) เพราะในอดีตเค้าต้องประสบชะตากรรมที่เลวร้ายกับเรื่องนี้ แต่เดี๋ยวนี้ที่เขาต้องหันมาทำกับข้าวประทังชีวิตให้เพื่อนๆในวงและตัวเค้าเองเพราะความจำเป็นบางอย่าง

เพราะนอกจากเค้าก็ไม่มีใครมรความสามาถรในอาหารได้เลย ถึงเขาจะเกลียดการจับมีด จับตะหลิวสักแค่ไหน ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ยุนโฮเข้าครัว ขนาดไข่ดาวมันยังลืมใส่น้ำมัน-*- แล้วอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในมือยุนไม่เคยมีอายุการใช้งานเกิน 3 นาที อย่าหาว่าเค้าเว่อร์ เค้าเคยประสบมากับตัวเองแล้ว ถ้าปล่อยให้ยุนแสดงฝีมือละก็ วง ''ดง บัง ชิน กิ'' คงต้องกลายเป็นวง ''ขอข้าวกินหน่อยซิ'' อย่างแน่นอน

"เฮ้!! นี้นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอ ชั้นบอกแล้วไงว่าชอบกินผักละเอียดๆ หั่นอีกสิ" ยุนพูดอย่างมีอารมณ์

'มาทำให้ชั้นตื่น นายไม่ได้อยู่ดีแน่นังซินแจ เอ๋ย' ยุน แล้วริมฝีปากก็ยกขึ้นเล็กน้อยหากไม่สังเกตให้ดีคงไม่เห็น...แล้วซินแจก็ไม่ได้สังเกตซะด้วยสิ

"อ๊ะ! มิกกี้ สงสัยวันนี้นายอดกินปลาทอดแน่เลย ชั้นเห็นแจเค้ากำลังจะเอาไปย่างงง'' ยุนรีบฟ้องมิกกี้ อนาตาเซียตัวปลอม เผื่อหวังว่ามิกกี้จะแกล้งทำแจต่อ


"แจ...ชั้นบอกแล้วไงว่าจะเอาปลาทอด นายนี่น้าาาา!!"

"เอ่อ ชั้นขอโทษ ชั้นคิดว่ากินมันมากๆมันไม่ดีต่อเส้นเสียงนาย เลยจะเอาไปย่าง" ซินแจผู้แสนดีพูดด้วยความเป็นห่วงกับมิกกี้ แต่ดูเหมือนเหตุการณ์มันจะยิ่งไปกันใหญ่เพราะยุนยุนจอมแสบดูท่าทางวันนี้จะไม่ยอมเลิกง่ายๆแน่

"แจ นายไม่ต้องมาแก้ตัวเลย ผักชั้นก็เหมือนกันหั่นให้มันละเอียดๆเซ่!!!" ยุนพูดอย่างฉุนเฉียว ดูเหมือนว่าเหตุมันชักจะไปกันใหญ่คงไม่ใช่แค่การเล่นบทบาทสมมติเรื่องซินเดอเรล่า แต่คงเป็นการจำลองเหตุการณ์สมัยเกาหลีมีระบบทาส

ดวงตากลมโตของแจจุงเริ่มคลอด้วยหยาดน้ำใสที่ใกล้ไหลเต็มที และดูเหมือนนางฟ้าแม่ทูนหัวมินของเราจะสังเกตเห็น

"เห้ยยย ไม่เอาน่ายุน ปกตินายก็ไม่ได้กินละเอียดขนาดนั้นหนิ แจทำให้กินก็บุญเท่าไหร่แล้ว" มินรีบพูดแก้สถานการณ์ที่เริ่มมาคุ เมื่อการแก้แค้นของยุนชักไปกันใหญ่

ยุนรีบหันควับมาแก้ตัว "โธ่ มินนายก็รู้ว่าชั้นแกล้งแจเล่นเฉยๆ เราก็ทำแบบนี้กันออกจะบ่อยนี้"( เหอๆ เรื่องแบบนี้มันน่าทำนักหรอห๊า?..แต่ไงก้รักยุนนะ>//<)

"แต่ครั้งนี้มันแรงไปนะ นายก็รู้อยู่แล้วว่าแจกลัวมีด กลัวน้ำมันขนาดไหน แจเค้ายะ..."

"พอเลยมิน นายนี่คิดมากไปแล้ว แจเค้าออกจะแข็งระ.."ยุนพูดแทรกมิน แต่ขณะนั้นเองก็มีเสียงแทรกเค้าขึ้นมาเหมือนกัน.......โฮะๆ กรรมตามทันเร็วจริงๆ

"โอ๊ะ.....โอ๊ยยย!!!!"

ทุกคนหันไปที่ต้นเสียง สิ่งที่ทุกคนเห็นคือ.........




To Be CON.
-------------------------------
สวัสดีค๊า นี่ก็เป็นฟิกเรื่องแรกของกวางตุ้งในกระบะทรายนะค่ะ แรงบันดาลใจก็มาจากพระเองของเรานี่แหละค่ะ ''จุง ยุนโฮ แห่ง ดงบังชินกิ'' คิดว่าเพื่อนๆคงจะรู้จักกันนะค่ะ^^ ออกจะหล่อเฟี้ยวขนาดนี้




To Be CON.
-------------------------------
#6  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:41, 

นิ้วของแจห้อยโตงเตงโดยที่มีเพียงเนื้อเยื่อบางๆเชื่อมระหว่างนิ้วและมือที่จะหลุดแหล่มิหลุดแหล่อยู่แล้ว แผลนั้นลึกจนสามารถเห็นกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวหนังสีแดงสดแลกระดูกที่หลุดตรงข้อต่อนิ้วพอดิบพอดี ยังมีมีดคมกริบที่ถูกวางทิ้งกลางกองเลือดขนาดย่อมๆ

อ๊ะ!!...ล้อเล่นหน่าล้อเล่น(น่าจะเปลี่ยนแนวนะ ก๊ากกก)

นิ้วของแจเลือดไหลออกมาแม้ไม่ลึกมากแต่ก็สร้างความเจ็บปวดไม่น้อยใช่แล้วเค้าโดนมีดบาดนั้นเอง

"จะ..แจ เป็นอะไรมากไหม เจ็บมากหรือเปล่า กล่องยาๆอยู่ไหน ไม่ใช่สิ ล้างแผลต้องล้างแผลก่อน" ยุนรีบเข้ามาดูแจด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนไม่เหมือนกับปกติที่ยุนจะใจเย็นต่อทุกสถานการณ์

"ไม่เจ็บก็มาโซฯสิวะ !! ชั้นเป็นแบบนี้เพราะใครกันเล่า พวกนายก็รู้ว่าชั้นไม่ชอบ ไม่ชอบน่ะเข้าใจภาษาคนไหม แล้วยังมาแกล้งกันอยู่ได้ ทุกครั้งที่พวกนายแกล้งกันชั้นไม่เคยว่า แต่ครั้งนี้ชั้นทนไม่ไหวแล้ว เพราะนายยุนโฮ เพราะนายคนเดียว" แจระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในอาการ อึ้ง ทึ่ง เสี้ยว (เอ๊ะ อันหลังนี้ยังไงหว่า อิอิ)

เมื่อสิ้นคำ ทุกคนยังอยู่ในอาการ ช็อค คิดเช่น( 55 ก็มันอยู่ในห้องครัวไม่ใช่โรงหนังนิ) แจจึงต้องหันมาทำแผลให้ตัวเองไปพลางเหลือบมองค้อนยุนโฮไปพลาง ยุนเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาน้อยใจ ที่ส่งมาทางเค้า จึงจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ก่อนที่ยุนจะได้พูดอะไรออกไป.............

"ปู๊ดดด ปิ๊ดๆ" เสียงตดของมินทำลายความเงียบลง

"อะ..เอ่ออ ก็ชั้นเห็นพวกนายเงียบๆ กันก็เลยอยากจะช่วย...คือ เอ่ออ ขอโทษ ชั้นลืมไปว่าพวกนายชอบเสียง เรอ มากกว่าตดอะ แหะๆ" มินพูดเสียงอ่อยเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนๆ

"เอ่อ ชั้นว่ารีบช่วยแจทำอาหารแล้วทานข้าวกันเถอะ" เซียเสนอความคิดขึ้นมาอีกครั้ง


"ชั้นว่าเปลี่ยนที่ด้วยดีกว่า โอ๊ย...มิน นายตดเหม็นชะมัดเพราะงี้ไงพวกชั้นถึงชอบให้นายเรอมากกว่าตด โอ๊ย...จะบ้าตาย มาเร็วยุนมาช่วยกัน"แจรีบพูดขึ้นพร้อมปิดจมูกเพราะทนกลิ่นมหาประลัยของมินไม่ไหว

แต่ดูเหมือนยุนจะไม่ได้สนใจการย้ายของตั้งแต่แจบอกให้เค้ามาช่วยย้ายที่แล้ว เพราะเค้ากำลังอึ้งอีกรอบ และแล้วรอยยิ้มพิมพ์ใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันหล่อเหลาและคมคาย

"แจ แจ แจ!! นายหายโกรธชั้นแล้วใช่ไหม คือเมื่อกี้ชั้นขอโทษ ชั้นเล่นแรงไปหน่อย คือนายคงรู้ว่าชั้นแค่ล้อเล่น ^_____________^" ยุนพูดพร้อมวิ่งเข้ามาสวมกอดแจด้วยท่าทางดีใจแบบเด็กๆ



"อะ...เอ่อ ชั้นก็ไม่ได้โกรธอะไรนายสักหน่อย แล้วนี่...ปะ ปล่อยชั้นได้แล้ว" แจพูดขณะที่หน้าพลันขึ้นสีแดงระเรื่อ >//<


"เร้วววว...อย่างงี้ต้องฉลองกันหน่อย มาๆๆ ยกโต๊ะๆ ^^ " เซียกล่าวพร้อมรอยยิ้ม แล้วทั้ง4คนก็ช่วยกันย้ายโต๊ะพร้อมอาหารมายังอีกห้องหนึ่ง เหลือเพียงมินที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

เมื่อเห็นยุนกอดแจ แล้วแจก็มีสีหน้าอายๆ มันอดทำให้เค้ารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่อกและอดอิจฉาแจไม่ได้ 'ไม่ได้ๆ ชั้นต้องไม่คิดอย่างงี้' มินสะบัดหัวแรงๆ ตามจังหวะแพง Rising Sun (555 ลองกันดูมั้งก็ได้นะจ้ะ) แล้วรีบเดินตามสมาชิกคนอื่นๆไป




'ปัง!' เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อมร่างๆหนึ่งเดินเข้ามา&#8230;&#8230;&#8230;.


To Be CON.

--------------------

ตอนที่สองก็จบลงแล้วนะค่ะ แต่ล่ะตอนอาจจะสั้นไปหน่อย แต่ก็จะพยายามอัพให้บ่อยที่สุดนะค่ะ ส่วนตอนนี้อาจจะน่าเกลียดไปนีสสส หวังว่าแฟนคลับนู๋มินทั้งหลายคงมิโกรธเคืองกันนะจ้ะ อิอิ >.<

อ่าาาา....ยังไงก็ช่วยกันคอมเม้นด้วยน่ะค่ะ ติ/ชม ได้เต็มที่เลยค๊า!!! ^O^

.
.
.
[กวางตุ้งในกระบะทราย]

To Be CON.
#7  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:45, 
"มาได้ซะทีนะนาย คิดว่าตายคากลิ่นตดตัวเองไปแล้วซะอีก หิวจะตายอยู่แล้ว" ยุนพูดพร้อมจับตะเกียบตั้งท่ารอไว้


"ยุน นายนี่ก็นะ มาๆ อย่าไปสนใจปากหมาๆของมันเล้ย เนี่ย...ดูซิแจ่วปลาแดกของโปรดนายทั้งนั้นเลยหนิ" แจรีบเรียกมินมากิน เมื่อเค้าเห็นว่าน้องชายสุดที่รักของเค้าคงคิดมากกับปากไม่มีหูรูดของยุนแน่



แล้วทั้ง 5 ก็เริ่มทานมื้อเช้ากันอย่างผู้มีมารยาทกว่าเด็กเอธิโอเปียไม่ได้กินข้าวมา 3 เดือนเล็กน้อย ก็แน่ล่ะซิตื่นตั้งแต่ตี 5 ครึ่งพึ่งได้กินข้าวตอน 7 โมง รอกินชั่วโมงครึ่งแน่ะ คงหิวกันน่าดูเลยล่ะ



"อ้ามมม หม่ำๆ เป็นไงบ้างอร่อยไหม?" เซียถามหลังป้อนกิมจิช้อนใหญ่ให้มิกกี้


"อร่อยอยู่แล้ว นายเป็นคนป้อนชั้นหนิ ต่อให้เป็นอาหารที่ยุนทำก็อร่อยได้ ^O^ " แล้วมิกกี้ก็เคี้ยวตุ้ยๆ ในสายตาของเซีย ซึ่งตีความหมายจากองค์การนาซ่าได้ว่า 'ถ้าชั้นได้กินนายตอนนี้ คงอร่อยกว่าเป็นไหนๆ' (อิอิ คู้นี้เริ่มหื่นกันแล้วล่ะ >///<)



"เอิกกกก!!!!! เอ่อ...ชั้นขอโทษนะ แต่ยังไงพวกนายก็ชอบเสียงเรออยู่แล้วไม่ใช่หรอ"ยุนพูดอย่างสบายอารมณ์ที่ขัดจังหวะการสร้างโลกส่วนตัวของเซียกับมิกได้





แล้วมื้อนี้ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น...ในห้องน้ำ(ลืมบอกไปว่าห้องที่พวกเค้าย้ายไปก็คือห้องน้ำนั้นเอง..........-*-)





"เฮ้อออออ!! อิ่มจังเลย แจนายนี่ทำอาหารอิ่มดีจังเนาะ เก่งจิงๆเล๊ยย"(เผ็นไงหว่า ทำอาหารอิ่ม-*-)


"บ้า เก่งอะไรกันเล่า แล้วอีกอย่างนะยุน นายก็กินเองอิ่มเอง ชั้นไม่ได้เป็นคนป้อนซะหน่อยไม่ต้องมาชมกันเลย >///<" แจพูดไปก็บิดไป


"อืม พูดถึงชั้นก็ยังไม่อิ่มมากนะ นายจะป้อนชั้นใช่ม๊า^O^" ยุนพูดอ้อนๆ


"นายนี่ติงต๊องใหญ่แล้ว เล่นอะไรเหมือนเด็กๆ ชั้นไม่พูดด้วยแล้ว!!" ว่าแล้วแจก็เดินสะบัดก้นงามๆออกไป 3 หนุ่มหัวเราะกับอาการเขินน่ารักๆของแจจุง และฉากสวีทซี๊ดซ๊าดของทั้งคู่




ซึ่งภาพทั้งหมดถูกจับจ้องด้วยสายตาของชางมิน สายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา และโกรธเคือง แต่ชางมินก็หยุดยั้งความคิดนี้ลง เค้าต้องย้ำกับตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่าแจจุงก็เปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่งซึ่งดูแลเค้ามาตลอดตั้งแต่ตั้งวง แล้วทำไมเค้าต้องคิดไม่ดีกับคนที่รักและคอยห่วงใยเค้าด้วยล่ะ ถึงจะโกรธแจจุงไป ใช่ว่ายุนโฮจะหันมาสนใจเค้า เค้ารู้ตัวมาตลอดว่ายังไงเค้าก็เป็นได้แค่น้องชาย ชางมินคิดพลางปรายตามองยุนโฮอย่างเศร้าสร้อย




"เฮ้ยยย 8โมงจะครึ่งแล้วนะโว้ยยย เร็วๆพวกนายมีซ้อมเต้นกับถ่ายMVใหม่ด้วยป่านนี้คังวู (ผู้จัดการ มั่วเอาอะ) ได้เทศน์มหาชาติจนบรรลุยานไปขั้นไหนต่อไหนแน่ เร้วววววววว !!!" วิญญาณหัวหน้าวงกลับมาเข้าสิงยุนโฮจนเปลี่ยนจากที่เคยเอ้อระเหยมาเป็นผู้นำอย่างเต็มตัว เค้ารีบสั่งให้อีก 4 หนุ่มเตรียมตัวให้เรียบร้อย และดูเหมือนเค้าเจะสังเกตอะไรบางอย่างที่ดูแปลกไปของสมาชิกในวง ความห่วงใยในฐานะเพื่อนร่วมวงและสายใยระหว่างพี่น้องที่อยู่ร่วมบ้านกันมานาน



"เฮ้ มินนายเป็นไรรึเปล่าไม่สบายตรงไหนหรอ หึ?" ยุนเอาอังที่หน้าผากและถามด้วยความเป็นห่วง ซึ่งมินก็รู้ดีว่าเป็นแค่ความห่วงใยที่พี่ชายพึงมีแก่น้องชายของตนเท่านั้น น้องชายเท่านั้น!! พอคิดได้เช่นนั้น ก็ทำให้มินเจ็บจี๊ดดด จึงรีบปัดมือยุนออก



"ชั้นไม่เป็นไร นายเอาเวลาที่มาสนใจชั้นไปดูแล แจ.......ตัวเองเถอะ ป่านนี้แล้วยังไม่ถึงบริษัท นายโดนไอ้อ้วนนั้นสวดจนเฝ้าพระอินทร์แน่ 'พี่ชาย' ^_^" มินยื่นมือไปตบไหล่ยุนเบาๆก่อนที่จะฝืนยิ้มที่ไร้ความสดใสไปให้ เค้าพูดเน้นตรงคำว่า 'พี่ชาย' เพื่อย้ำให้ตัวเองฟังแล้วตัดใจเสียที



"เออใช่ ลืมไปเลย เฮ้ยย พวกนายเสร็จรึยังลงไปที่รถได้แล้วโว้ยย!"



และแล้ว 5 หนุ่มดงบังชินกิก็ออกเดินทางสู่ไปยังที่ตั้งของบริษัท SM ENTERTAINMENT
ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลีที่นี้ และที่นี้แหละคือที่ๆให้กำเนิดวงดงบังชินกิขึ้นมาจนโด่งดังไปทั่วเอเชียเชกเช่นทุกวันนี้














To Be CON.
#8  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:46, 
&#8216;เอี๊ยดดดด!!&#8217;



เสียงเบรกดังขึ้นจากรถลีมูซีน 20 ประตู(อย่างเว่อร์)ที่หยุดตรงหน้าตึกสูงระฟ้าที่ทำการของ
SM ENTERTAINMENT




และเมื่อทั้ง 5 หนุ่มก้าวเท้าลงจากรถออกมาเพียงข้างเดียว เสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มไม่ขาดสาย
แน่นอนมันเป็นเสียงของเหล่าบรรดาแฟนเพลงทั้งหลายของพวกเค้าที่มารอตั้งแต่ไก่โห่




พวกเค้าก็ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดีเหมือนดาราทั่วไปพึงทำด้วยการ โบกมือ ทักทาย ส่งรอยยิ้มบาดหัวใจให้ทั้งบรรดาสาวแท้และเทียม



ก่อนก้าวเข้าสู่ตัวตึก ในที่สุดบรรยากาศสงบๆก็เข้ามาทักทายพวกเค้าอีกครั้ง เพราะพวกแฟนๆไม่สามารถผ่านเข้ามาในบริเวณตัวตึกได้







&#8216;&#8216;มาได้ซักทีนะพวกนาย ชั้นคิดว่าจะต้องไปแต่งหน้าแต่งตัว เล่น MVแทนพวกนายซะอีกโชคดีนะที่ชั้นหล่อกว่าพวกนาย เขาเลยไม่เอาชั้นไปเล่นกลัวว่าพวกนายจะดับ!&#8217;&#8217; คังวูบ่นเอาๆ




สมาชิทั้ง5ได้แต่มองหน้ากันแล้วหัวเราะ ทุกคนคิดในใจเหมือนกันหมดว่า



&#8216;ที่เค้าไม่เอานายไปเล่น คงเพราะกลัวพวกชั้นดับ เพราะนายน่ะหาความหล่อไม่ได้เลยซะมากกว่า ก๊ากกก&#8217;





&#8216;&#8216;เฮ้ๆๆ ตาลุงนี้พูดออกมาได้ไงว่าหล่อกว่าพี่พวกหนู&#8217;&#8217;



&#8216;&#8216;หน้าตาแบบนี้แถวบ้านเรียกว่าหาความหล่อไม่ได้ตั้งหาก!!&#8217;&#8217;


สองเสียงของสองสาวปริศนาดังขึ้น......





&#8216;ฮ่าๆๆๆ มีคนช่วยพูดแทนพวกเราแล้วโว้ย!&#8217;

พวกเค้าคิดพร้อมกับระเบิดหัวเราะออกมาดังๆ





&#8216;&#8216;ก๊ากกกกกกกกก ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ใจมากเลยน้องสาว.....นะนะนน้องสาวว!!!&#8217;&#8217;

ยุนโฮหันควับไปทางต้นเสียง ใช่แล้วเจ้าของเสียงเสียงนั้นก็คือ จุง ซาโฮ น้องสาวเพียงคนเดียวของเค้านั้นเอง





&#8216;&#8216;ซาโฮ ซาโฮฮฮฮฮฮฮ มาได้ไงเนี๊ย มาๆๆมาให้ยุนยุนกอดให้หายคิดถึงหน่อย'&#8217; ยุนโฮรีบวิ่งไปหาน้องสอง แล้วกอดหมับ ^O^





&#8220;เฮ้ยยยยยย พอแล้วหน่าเฮีย ปล่อยซาโฮได้แล้วเค้าโตแล้วน๊ะ!!&#8217; เธอพูดอย่างฉุนเฉียว





สาวน้อยวัย 14 ปี หน้าตาน่ารักจนใครๆก็ต้องมองเหลียวหลัง ดวงตากลมโตบวกกับรีมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูและยังมีพวงแก้มแดงระเรื่อก็สามารถทำให้ใครต่อใครหลงรักได้ไม่ยาก สมกับเป็นน้องสาวของ จุง ยุนโฮ สุดหล่อจริงๆ!!





ยุนโฮยอมปล่อยเด็กสาวอย่างว่าง่าย เค้าไม่ได้เจอ ไม่ได้กอดซาโฮมากี่เดือนแล้วเนี้ยตั้งแต่มาเป็น
ยูโน แห่ง วงดงบังชินกิ เค้าก็ไม่ค่อยได้เจอครอบครัวเค้าเลย พ่อแม่ยังเจออยู่บ้าง ส่วนซาโฮนี่มีแต่คุยโทรศัพท์กับmsn เพราะซาโฮติดเรียนเลยไม่ค่อยมีเวลามาหาเค้าเหมือนพ่อกับแม่




&#8216;&#8216;เอ่อ แล้วอีกคนใคร อ๊ะ เสียงคุ้นๆฮยองมินรึป่าวเอ่ยยยย?&#8217;' ยุนลองเดาดูเพราะคนที่ไปไหนมาไหนกับน้องสาวของเค้าเป็นประจำก็มีอยู่คนเดียว




&#8216;&#8216;ง่ะ คิดว่าจะลืมฮยองมินซะแล้ว เห็นกอดกันอยู่นั้นแหละ&#8217;' เธอพูดงอนๆได้อย่างน่าเอ็นดู



&#8216;&#8216;โอ๋ๆ ใครจะลืมน้องสาวสุดสวยคนนี้ได้ล่ะจ้ะ แหมๆไม่เห็นตั้งนานสวยขึ้นเป็นกองเลยนะ&#8217;&#8217;




ยุนโฮกล่าวพร้อมลูบศีรษะสาวน้อยที่เขาถือว่าเป็นน้องสาวอีกคนเบาๆ ซึ่งเธอคือ ชิม ฮยองมิน น้องสาวของ ชิม ชางมินนั้นเอง สาวน้อยคนนี้มีดวงหน้าสะสวย จมูกโด่งได้รูป ดวงตาเรียวคม ประกอบกันอย่างลงตัวเป็นโครงหน้าที่สมบูรณ์แบบจนใครๆต่างพากันอิจฉา




&#8216;&#8216;อ๊ะ ของอย่างนี่มันก็แน่อยู่แล้วพี่ยุน&#8217;&#8217;


ฮยองมินพูดพร้อมกับเขย่งตัวไปลูบศีรษะยุนโฮบ้าง ซึ่งยุนโฮก็ยอมให้เธอลูบเล่นแต่โดยดี แต่พี่ชายตัวจริงของเธอกลับไม่คิดเช่นนั้นนะซิ




&#8216;&#8216;พอแล้ว ฮยองมินเป็นเด็กเป็นเล็กอย่าเล่นหัวผู้ใหญ่ซิ!!&#8217;&#8217;



ชางมินกระชากแขนน้องสาวเค้าอย่างแรง เค้ารู้สึกอิจฉาน้องเค้าที่ได้สัมผัสยุนโฮ โดยที่ใครๆก็มองว่ามันไม่แปลกและไม่ผิด นี่เค้ากำลังคิดบ้าอะไรเนี๊ย นี่น้องสาวตัวเองนะ ชางมินเริ่มรู้สึกผิดกับการกระทำของตน



&#8216;&#8216;โอ๊ย!! เจ็บนะพี่มิน บอกดีดีก็ได้หนิ&#8217;&#8217;



&#8216;&#8216;ใช่ นายน่าจะบอกเธอดีดีนะ แค่จับหัว ชั้นก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย&#8217;&#8217;

ยุนโฮกล่าวพร้อมมิกกและเซียที่พยักหน้าเห็นด้วย




&#8216;&#8216;คือชั้นแค่เห็นว่ามันไม่ควรก็เท่านั้น นายก็เหมือนกันปล่อยให้เด็กทำตามใจชอบได้ยังไง เดี๋ยวก็เด็กก็ได้เหลิงกันพอดี เอ่อ...ฮยองมิน พี่ขอโทษนะคือน้องก็รู้ใช่ไหมว่ามัน ไม่ควรไม่โกรธพี่นะ?&#8217;&#8217;



หลังจากที่พูดกับยุนจบ ชางมินก็สังเกตสีหน้าน้องของเค้า ซึ่งดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำใส




&#8216;&#8216;อะ...ค่ะ ฮยองมินเข้าใจเป็นเด็กจะโกรธผู้ใหญ่ได้ยังไงล่ะค่ะ&#8217;&#8217; เธอพูดประชดนิดๆ





&#8216;&#8216;อ่า เธอนี่น๊า กวนประสาทไม่เคยเปลี่ยน นี่แหละน้าน้องสาวชั้น!&#8217;&#8217; มิน

กล่าวพลางยิ้มกว้าง แล้วหันมากอดกับน้องสาวตัวเองที่ไม่ได้เจอกันซะนาน



&#8216;&#8216;อะแฮ่ม!! ตอนนี้ไม่ใช้เวลาจะมาเล่นMV ซีนกระชากน้ำตาน่ะเว่ย แต่มันเป็นเวลาซ้อมเต้น ซ้อมเต้นน่ะ เช้าใจม๊ายยย นี่มันก็สายแล้วด้วย!!&#8217; ในที่สุดคังวูก็หมดความอดทน เนื่องจากเลยเวลามามากแล้ว





&#8216;&#8216;ค่า/คร้าบบบ ไปแล๊วววว&#8217;&#8217;





ทั้ง 5 หนุ่มและอีก 2 สาวก็เดินขึ้นลิฟ (เขียนไงอะ ใครรู้ช่วยบอกที) ไปยังชั้นที่ 55 ของตึกซึ่งเป็นห้องซ้อมของพวกเค้านั้นเอง





To Be CON.
#9  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:48, 
(ระหว่างในลิฟท์)

"นี่ๆ พวกเฮียรู้เปล่าว่า MV ตัวใหม่ใครเล่นเป็นนางเอก?" ซาโฮถามทำลายความเงียบ

"ใครอะ ต้องสวยมากแน่ๆเลย เพราะพวกเราหล่อขนาดนี้ ^__^" เซียถาม

"อ๊ะ ถูกต้องนะค้า สวยอะสวยแน่แถมน่ารักอีกตังหาก แต่ที่ผิดคือ เฮียเซียไม่หล่อ อิอิ ^^" ซาโฮบอกแล้วหันไปทำหน้าเยาะเย้ยใส่เซีย แล้วทั้งลิฟท์ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

ซึ่งถ้าใครเห็นหน้าเซียตอนนี้คงคิดเหมือนกันว่า หากมีกฎหมายอนุญาตให้ฆ่าคนได้ ซาโฮต้องไม่ปลอดภัยและยุนโฮด้วยโทษฐานอบรมน้องไม่ดีทำให้ซึมซับความปากเสียจากตัวเองมา

"ฮ่าฮ่า โดนอย่างแรงอะ ซาโฮ อ๊ะๆใจเย็นจะบอกแล้วว่าใครเล่น นางเอกคนนั้นก็คือ...อย่าเลือดพุ่งกันนะ เค้าสวยเอ็กซ์เซ็กซ์มากเลยล่ะ เค้าคนนั้นก็คือ.......คิม แจจุง!!!!!!!!!!"

เมื่อสิ้นเสียงประกาศของฮยองมิน ทุกคนต่างตกอยู่ในอาการอึ้ง ทึ่งและครั้งนี้เสียวจริงๆ สายตาของทั้ง 4 รีบสำรวจทั่วตัวของแจจุง

"เฮ้ยยย นะนะนายย เป็นนาง(นาย)เอกจริงหรอ?" ยุนถามพลางเอามือลูบอกแจจุง (เฮ้ๆๆ เริ่มหื่นแล้วนะที่รัก>.<)

"บ้า!!! ชั้นไม่เห็นรู้เรื่องเลยนะ โดนเด็กอำแล้วพวกนาย ละละแล้วมาจับชั้นทำไม!!!!" แจรีบปัดมือของยุนออก 'ก็อยู่ๆมาจับหน้าอกเค้า มันก็เสียวแย่ดี๊' >///<

"อ่า ก็ฮยองมินบอกว่า นางเอกอะโคตรเอ็กซ์ ชั้นก็แค่จะพิสูจน์ว่าจริงรึเปล่า" ยุนพูดพร้อมกับส่งสายตาที่ปิดความหื่นไม่มิดไปให้แจ

"ฮ่าฮ่าๆๆ ล้อเล่นอะล้อเล่น อย่าบอกนะว่าพวกเฮียเชื่อกันจริงๆ โง่....เอ๊ยฉลาดน้อยเป็นบ้า" ซาโฮพูดขำๆ

"บ้าใครเค้าเชื่อกัน ก็มีแต่พี่เธอนั้นแหละ ยัยซาโฮ แล้วถ้าพี่โง่อะนะน้องก็คงไม่ต่างจากพี่เท่าไหร่หร๊อก" เซียพูดด้วยความสะใจที่ได้เอาคืนยัยตัวแสบมั่ง

แล้วก่อนที่ซาโฮจะได้เถียงอะไรลิฟท์ก็มาถึงชั้น 55 ซะที (นานมากๆเลย)

"ติ๊ง ชั้น 55 เชิญคะ" เสียงอัตโนมัติของลิฟท์ดังขึ้น

"ฮู๊เร่ ถึงซะที ในนี้อึดอัดเป็นบ้า" มินพูดแล้วรีบเดินออกทันที และเค้าก็ต้องเดินกลับมาใหม่ เพราะคุณเธอทั้งสองยังไม่เฉลยว่าใครเล่นเป็นนางเอกให้พวกเค้ากันแน่

"เอ่อ พวกเธอยังไม่บอกเลยว่า ตกลงใครเล่นเป็นนางเอกให้พวกเราอะ" ดูเหมือนมิกกี้จะความคิดตรงกับมินที่รีบเดินมาทวงคำตอบ

"เออ ก็อย่างที่บอกอะนะว่าเธอคนนั้น น่ารัก สวยและเอ็กซ์ขนาดไหน เพราะฉะนั้นพวกพี่ๆ ห้ามตกใจเมื่อรู้ว่าเค้าคนนั้นคือ...

..................พวกเราเอง เย่~!!!'

ซาโฮพูดอย่างตื่นเต้นพร้อมกับหันไปจับมือกระโดดดิ้งๆ(กระโดดดิ้งๆยังๆไงอะ) กับฮยองมิน เพื่อนซี้ของเธอนั้นเอง

"ห๊าาาาาา พวกเธอสองคนเนี้ยนะ" มินถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ปากอ้ากว้างจนไม่เหลือเค้าความหล่อของซุปเปอร์สตาร์คนดัง

"ก็ใช่นะเซ่ ทำไมไม่ดีใจกันหรอ อุตส่าห์สละเวลาอันมีค่ามาเล่นให้นะเนี้ย" ฮยองมินพูดงอนๆกับพี่ชาย

"โอ๋ๆ ใครเค้าว่าอย่างนั้นเล่า ก็แค่ไม่อยากเชื่อใครจะเอาลิงทโมนอย่างพวกเธอมาเล่นก็เท่านั้น" มินรีบเค้าไปปลอบ หรือ ซ้ำเติมหว่า

"อะไร ทโมนที่ไหน เค้าออกจะน่ารักเรียบร้อย แล้วเฮียอะดีใจเปล่า"

ซาโฮหันไปถามพี่ชาย

"ก็ต้องดีใจสิ ดีใจมากๆเลยล่ะ ได้เล่นกับน้องสาวทั้งทีเอ่อแต่พี่เห็นด้วยนะว่า สวย น่ารัก แต่ไอ้เอ็กซ์เนี้ยย ส่วนไหนของร่างกายหรอพี่ไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่เล็กจนโต ก๊ากกกก"

"ฮ่าฮ่า เห็นด้วยว่ะยุน ไม่เห็นจะมีเลยซักนี๊สสสเดียว ของชั้นยังจะใหญ่กว่าเลยม้างงงง" เซียหัวเราะอย่างสะใจ

"ง่ะ เว่อร์ไปป่ะพี่เซีย ใครเค้าจะเล็กกว่าผู้ชายกันเล่า อย่างน้อยก็มีแหละหน่า เฮียก็ด้วยงอนเล่า มาว่าเค้าซะงั้น อ่ะพูดอย่างกะเคยเห็น เชอะ!!"

"ไม่เอาหน่า อย่างอนเค้าดิ มาๆๆ โอ๋ๆๆ" ยุนรีบเดินเข้าไปกอดง้อน้องสาวเค้ากลัวว่าเธอจะงอนเอาจริงๆ

ทุกคนหัวเราะชอบใจกับนางเอก MV เปิดตัวเพลงใหม่ ทั้งน่ารัก สดใส ไฉไลกว่าเดิม ยกเว้นแจจุงคนเดียว เมื่อเขาเห็นภาพยุนคลอเคลียกับซาโฮ ทั้งๆที่เค้าก็รู้ว่าซาโฮเป็นน้องสาว แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ เพราะเวลาที่ผ่านมาถึงยุนจะสนใจเขามากกว่าสมาชิกคนอื่นก็จริง แต่ก็ไม่เคยแสดงกิริยาท่าทางที่มีต่อซาโฮกับเขาเลย

"เฮ้ๆๆๆ แจนายเป็นอะไรรึเปล่า คนอื่นเขาเข้าห้องซ้อมกันหมดแล้วนะ" ยุนรีบเดินมาเรียกเพื่อนเมื่อสังเกตว่ายังมากันไม่ครบ

"อะเออ ป่าว ชั้นไม่ได้เป็นอะไร" แจรีบพูดอดหน้าแดงไม่ได้ 'แล้วทำไมชั้นต้องหน้าแดงด้วยเนี้ย'

"เอ๋ นายหน้าแดงๆนะ ไหนดูซิมีไข้รึเปล่า" ยุนเอาหน้าผากของตัวเองไปทาบกับหน้าผากของแจ เพื่อที่จะวัดไข้ โดยที่ไม่สังเกตเลยว่าคนที่ตัวเองกำลังวัดไข้อยู่นั้นหน้าแดงยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศซะอีก

"เอ....ก็ไม่มีไข้นิ แต่ถ้านายเป็นอะไรก็บอกชั้นได้นะ ยิ่งนายชอบทำเป็นแข็งแรงอยู่ด้วย ช่วงนี้งานก็เยอะ พักผ่อนก็น้อย ไม่ไหวก็อย่าฝืนนะเดี๋ยวจะยิ่งทรุด" ยุนกล่าวพร้อมส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยไปให้แจจุงที่ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่สบตากับเค้า

"อืมมม ชั้นไม่เป็นไนหรอกหน่า นายไปเหอะเดี๋ยวชั้นขอไปเข้าห้องน้ำแปบ" แจก้มหน้าพูดอายๆ

"โอเค งั้นชั้นไปก่อนนะ รีบๆหน่อยล่ะเดี๋ยวบ่ายๆต้องออกไปถ่าย MV นอกสถานที่"

"อืม" แจตอบรับพร้อมหันหลังเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

''โอ๊ยยย ทำไมชั้นต้องใจเต้นด้วยเนี้ย'' แจพูดกับตัวเองในกระจก

โดยหารู้ไม่ว่ามีคนที่จะมาตามเมื่อเห็นว่าเลยเวลามามากแล้วแอบฟังอยู่

To Be CON.
----------------------
อิอิ ตอนนี้แจดูเหมือนว่าจะรู้สึกถึงหัวใจตัวเองแล้วล่ะ แล้วยุนยุนของเราล่ะจะเริ่มรู้สึกรึยัง?
ส่วนนู๋มินก็.................น่าสงสาร TOT แล้วจะให้ความรักครั้งนี้ของแจสมหวังดีไหมน๊าาา.....?


หุหุ.....ก็คงดี แต่ไม่ใช้ตอนนี้ โฮะๆๆ^O^


ไงก็ขอบคุรทุกคนที่เข้ามาอ่าน แล้ะทุกๆคอมเม้นที่เม้นให้นะค่ะ
อย่าพึ่งเบื่อกันซะก่อนน้าาาา^^

ขอบคุณที่ติดตามน้ะค่ะ!!!
.
.
.
[กวางตุ้งในกระบะทราย]

"นี่ๆ พวกเฮียรู้เปล่าว่า MV ตัวใหม่ใครเล่นเป็นนางเอก?" ซาโฮถามทำลายความเงียบ

"ใครอะ ต้องสวยมากแน่ๆเลย เพราะพวกเราหล่อขนาดนี้ ^__^" เซียถาม

"อ๊ะ ถูกต้องนะค้า สวยอะสวยแน่แถมน่ารักอีกตังหาก แต่ที่ผิดคือ เฮียเซียไม่หล่อ อิอิ ^^" ซาโฮบอกแล้วหันไปทำหน้าเยาะเย้ยใส่เซีย แล้วทั้งลิฟท์ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

ซึ่งถ้าใครเห็นหน้าเซียตอนนี้คงคิดเหมือนกันว่า หากมีกฎหมายอนุญาตให้ฆ่าคนได้ ซาโฮต้องไม่ปลอดภัยและยุนโฮด้วยโทษฐานอบรมน้องไม่ดีทำให้ซึมซับความปากเสียจากตัวเองมา

"ฮ่าฮ่า โดนอย่างแรงอะ ซาโฮ อ๊ะๆใจเย็นจะบอกแล้วว่าใครเล่น นางเอกคนนั้นก็คือ...อย่าเลือดพุ่งกันนะ เค้าสวยเอ็กซ์เซ็กซ์มากเลยล่ะ เค้าคนนั้นก็คือ.......คิม แจจุง!!!!!!!!!!"

เมื่อสิ้นเสียงประกาศของฮยองมิน ทุกคนต่างตกอยู่ในอาการอึ้ง ทึ่งและครั้งนี้เสียวจริงๆ สายตาของทั้ง 4 รีบสำรวจทั่วตัวของแจจุง

"เฮ้ยยย นะนะนายย เป็นนาง(นาย)เอกจริงหรอ?" ยุนถามพลางเอามือลูบอกแจจุง (เฮ้ๆๆ เริ่มหื่นแล้วนะที่รัก>.<)

"บ้า!!! ชั้นไม่เห็นรู้เรื่องเลยนะ โดนเด็กอำแล้วพวกนาย ละละแล้วมาจับชั้นทำไม!!!!" แจรีบปัดมือของยุนออก 'ก็อยู่ๆมาจับหน้าอกเค้า มันก็เสียวแย่ดี๊' >///<

"อ่า ก็ฮยองมินบอกว่า นางเอกอะโคตรเอ็กซ์ ชั้นก็แค่จะพิสูจน์ว่าจริงรึเปล่า" ยุนพูดพร้อมกับส่งสายตาที่ปิดความหื่นไม่มิดไปให้แจ

"ฮ่าฮ่าๆๆ ล้อเล่นอะล้อเล่น อย่าบอกนะว่าพวกเฮียเชื่อกันจริงๆ โง่....เอ๊ยฉลาดน้อยเป็นบ้า" ซาโฮพูดขำๆ

"บ้าใครเค้าเชื่อกัน ก็มีแต่พี่เธอนั้นแหละ ยัยซาโฮ แล้วถ้าพี่โง่อะนะน้องก็คงไม่ต่างจากพี่เท่าไหร่หร๊อก" เซียพูดด้วยความสะใจที่ได้เอาคืนยัยตัวแสบมั่ง

แล้วก่อนที่ซาโฮจะได้เถียงอะไรลิฟท์ก็มาถึงชั้น 55 ซะที (นานมากๆเลย)

"ติ๊ง ชั้น 55 เชิญคะ" เสียงอัตโนมัติของลิฟท์ดังขึ้น

"ฮู๊เร่ ถึงซะที ในนี้อึดอัดเป็นบ้า" มินพูดแล้วรีบเดินออกทันที และเค้าก็ต้องเดินกลับมาใหม่ เพราะคุณเธอทั้งสองยังไม่เฉลยว่าใครเล่นเป็นนางเอกให้พวกเค้ากันแน่

"เอ่อ พวกเธอยังไม่บอกเลยว่า ตกลงใครเล่นเป็นนางเอกให้พวกเราอะ" ดูเหมือนมิกกี้จะความคิดตรงกับมินที่รีบเดินมาทวงคำตอบ

"เออ ก็อย่างที่บอกอะนะว่าเธอคนนั้น น่ารัก สวยและเอ็กซ์ขนาดไหน เพราะฉะนั้นพวกพี่ๆ ห้ามตกใจเมื่อรู้ว่าเค้าคนนั้นคือ...

..................พวกเราเอง เย่~!!!'

ซาโฮพูดอย่างตื่นเต้นพร้อมกับหันไปจับมือกระโดดดิ้งๆ(กระโดดดิ้งๆยังๆไงอะ) กับฮยองมิน เพื่อนซี้ของเธอนั้นเอง

"ห๊าาาาาา พวกเธอสองคนเนี้ยนะ" มินถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ ปากอ้ากว้างจนไม่เหลือเค้าความหล่อของซุปเปอร์สตาร์คนดัง

"ก็ใช่นะเซ่ ทำไมไม่ดีใจกันหรอ อุตส่าห์สละเวลาอันมีค่ามาเล่นให้นะเนี้ย" ฮยองมินพูดงอนๆกับพี่ชาย

"โอ๋ๆ ใครเค้าว่าอย่างนั้นเล่า ก็แค่ไม่อยากเชื่อใครจะเอาลิงทโมนอย่างพวกเธอมาเล่นก็เท่านั้น" มินรีบเค้าไปปลอบ หรือ ซ้ำเติมหว่า

"อะไร ทโมนที่ไหน เค้าออกจะน่ารักเรียบร้อย แล้วเฮียอะดีใจเปล่า"

ซาโฮหันไปถามพี่ชาย

"ก็ต้องดีใจสิ ดีใจมากๆเลยล่ะ ได้เล่นกับน้องสาวทั้งทีเอ่อแต่พี่เห็นด้วยนะว่า สวย น่ารัก แต่ไอ้เอ็กซ์เนี้ยย ส่วนไหนของร่างกายหรอพี่ไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่เล็กจนโต ก๊ากกกก"

"ฮ่าฮ่า เห็นด้วยว่ะยุน ไม่เห็นจะมีเลยซักนี๊สสสเดียว ของชั้นยังจะใหญ่กว่าเลยม้างงงง" เซียหัวเราะอย่างสะใจ

"ง่ะ เว่อร์ไปป่ะพี่เซีย ใครเค้าจะเล็กกว่าผู้ชายกันเล่า อย่างน้อยก็มีแหละหน่า เฮียก็ด้วยงอนเล่า มาว่าเค้าซะงั้น อ่ะพูดอย่างกะเคยเห็น เชอะ!!"

"ไม่เอาหน่า อย่างอนเค้าดิ มาๆๆ โอ๋ๆๆ" ยุนรีบเดินเข้าไปกอดง้อน้องสาวเค้ากลัวว่าเธอจะงอนเอาจริงๆ

ทุกคนหัวเราะชอบใจกับนางเอก MV เปิดตัวเพลงใหม่ ทั้งน่ารัก สดใส ไฉไลกว่าเดิม ยกเว้นแจจุงคนเดียว เมื่อเขาเห็นภาพยุนคลอเคลียกับซาโฮ ทั้งๆที่เค้าก็รู้ว่าซาโฮเป็นน้องสาว แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ เพราะเวลาที่ผ่านมาถึงยุนจะสนใจเขามากกว่าสมาชิกคนอื่นก็จริง แต่ก็ไม่เคยแสดงกิริยาท่าทางที่มีต่อซาโฮกับเขาเลย

"เฮ้ๆๆๆ แจนายเป็นอะไรรึเปล่า คนอื่นเขาเข้าห้องซ้อมกันหมดแล้วนะ" ยุนรีบเดินมาเรียกเพื่อนเมื่อสังเกตว่ายังมากันไม่ครบ

"อะเออ ป่าว ชั้นไม่ได้เป็นอะไร" แจรีบพูดอดหน้าแดงไม่ได้ 'แล้วทำไมชั้นต้องหน้าแดงด้วยเนี้ย'

"เอ๋ นายหน้าแดงๆนะ ไหนดูซิมีไข้รึเปล่า" ยุนเอาหน้าผากของตัวเองไปทาบกับหน้าผากของแจ เพื่อที่จะวัดไข้ โดยที่ไม่สังเกตเลยว่าคนที่ตัวเองกำลังวัดไข้อยู่นั้นหน้าแดงยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศซะอีก

"เอ....ก็ไม่มีไข้นิ แต่ถ้านายเป็นอะไรก็บอกชั้นได้นะ ยิ่งนายชอบทำเป็นแข็งแรงอยู่ด้วย ช่วงนี้งานก็เยอะ พักผ่อนก็น้อย ไม่ไหวก็อย่าฝืนนะเดี๋ยวจะยิ่งทรุด" ยุนกล่าวพร้อมส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยไปให้แจจุงที่ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่สบตากับเค้า

"อืมมม ชั้นไม่เป็นไนหรอกหน่า นายไปเหอะเดี๋ยวชั้นขอไปเข้าห้องน้ำแปบ" แจก้มหน้าพูดอายๆ

"โอเค งั้นชั้นไปก่อนนะ รีบๆหน่อยล่ะเดี๋ยวบ่ายๆต้องออกไปถ่าย MV นอกสถานที่"

"อืม" แจตอบรับพร้อมหันหลังเดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

''โอ๊ยยย ทำไมชั้นต้องใจเต้นด้วยเนี้ย'' แจพูดกับตัวเองในกระจก

โดยหารู้ไม่ว่ามีคนที่จะมาตามเมื่อเห็นว่าเลยเวลามามากแล้วแอบฟังอยู่

To Be CON.
----------------------
#10  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:48, 
&#8220;อ้าว มินแล้วแจล่ะ นายไปตามเค้าไม่ใช่หรอ&#8221; เซียทักเมื่อไม่เห็นแจตามมินมา



&#8220;อ๋อ แจเค้าบอกว่ายังไม่เสร็จน่ะ แล้วเค้าจะตามมา&#8221;



แล้วซักพักแจก็รีบเดินเข้ามาในห้องซ้อม



&#8220;เอ่อ โทษทีชั้นมาช้าไปหน่อย&#8221;



&#8220;ไม่หน่อยมั้งนางเอง ฮ่าฮ่า&#8221; มิกแกล้งล้อแจ



&#8220;บ้า นายเลิกล้อชั้นเรื่องนี้ได้แล้วหน่า&#8221; แจพูดงอนๆ



&#8220;มาๆๆ มาซ้อมกันเร้ววว&#8221;



แล้วการซ้อมก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว



&#8220;อีก 15 นาทีจะเที่ยงแล้ว ไปเตรียมตัวให้เรียบร้อย เราจะออกเดินทางแล้ว&#8221; คังวูเตือนเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว



&#8220;คร้าบบบ/ค๊าาา&#8221;



แล้วทุกคนก็ไปเตรียมตัว ยกเว้นแจ(อีกแล้ว) แจมัวแต่คิดเรื่องที่เค้าใจเต้นเมื่ออยู่ต่อหน้ายุน ตอนสัมผัสกับยุน



&#8216;ถ้านายไม่มีใจให้ชั้น นายจะมาทำอย่างงี้กับชั้นทำไมนะ โอ๊ย แล้วทำไมชั้นต้องคิดแบบนี้กับนายด้วยนะ แต่ก็ดูเหมือนว่าบางทีนายก็...เฮ้ย บ้าๆๆชั้นต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ชั้นคิดอะไรของชั้นเนี่ย&#8217;





&#8220;จะ..แจ...แจ คิม แจจุง!!&#8221;



&#8220;อ๊ะ เรียกทำไม&#8221; พอแจได้ยินเสียงก็รีบหันไปหาต้นเสียง แต่เพราะรีบมากเกินเลยไม่ได้ระวังตัว ขาจึงไปสะดุดกับขอบประตูเข้าให้

(โปรดจิ้นถึงเรื่อง Dangerous Love ถ้าใครเคยดู>///<)



&#8220;เฮ้ยยยย แจ&#8221; ยุนตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงรีบวิ่งเข้าไปพยุง

ร่างบางตรงหน้า



&#8220;ไม่เป็นไรยุน ชั้นเดินเองได้ โอ๊ย!!&#8221; แจพูดแล้วแต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นได้



&#8220;ไม่เป็นไรอะไรล่ะ แค่ยืนยังยืนไม่ได้ อย่ามาทำปากเก่ง มาๆชั้นอุ้มนายเอง&#8221; ยุนพูดพร้อมช้อนตัวของแจขึ้น



&#8220;นาย!! ปล่อยชั้นลงเซ่ ชั้นเดินได้ไม่เป็นไรแล้ว&#8221; แจเริ่มโวยวาย ก็อยู่ๆ มาอุ้มเค้า มันน่าอายจะตาย



&#8220;เงียบหน่า ดิ้นนักเดี๋ยวปั๊ดจับจูบเลย&#8221; ยุนขู่แจ ซึ้งมันก็ได้ผลดีมากซะด้วย



&#8220;นี่แจ นายอะอย่าซุ่มซ่ามให้มันมากได้ไหม รู้เปล่าว่าคนเค้าเป็นห่วงแค่ไหน&#8221; ยุนหยอดคำหวานพร้อมสายตาที่แสนห่วงใยให้แกแจจุง ซึ่งเบือนหน้าหนียุนด้วยความอาย



&#8220;บ้า ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเลย&#8221;





เหตุการณ์ทั้งหมดบังเอิญอยู่ในสายตาชางมินผ่านมาเห็นพอดี(อีกแล้ว) มินสังเกตว่าสายตาของยุนที่มีต่อเค้ากับแจแตกต่างกัน ถึงแม้จะเป็นสายตาแสดงความห่วงใยเช่นกัน แต่กับแจมันไม่ใช่ &#8216;น้องชาย&#8217; แบบเค้า แต่เค้าก็รู้ว่าเค้าไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากบอกกับตัวเองให้ตัดใจ

มินจึงได้แต่เดินเซื่องซึมไปหาเพื่อนๆ ที่รออยู่





&#8220;อ๊ะ มาแล้วนี่ ไงมิน นายเห็นไอ้ 2 ตัวนั้นป่ะ มัวไปเล่นฉากเลิฟซีนกันอยู่รึไงวะ&#8221; เซียถามมินยังไม่วายแซวยุนกับแจอีก ซึ่งมันก็ไม่ผิดเสียทีเดียวทำเอาให้มินสะอึก



&#8220;เดี๋ยวก็คงลงมาเองล่ะ ชั้นก็...หาไม่เจอเหมือนกัน&#8221; มินตอบน้ำเสียงเศร้าๆ







To Be CON

------------------------------
#11  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:49, 
(ตัดมาทางด้าน ยุนยุนกับแจจุง มั้งดีกว่า)





&#8220;นี่ๆๆ ปล่อยชั้นลงได้แล้ว ชั้นพอเดินไหวแล้วอีกอย่างนะ..ชั้นไม่อยากให้พวกนั้นเป็นห่วง > < &#8221;

แจพูดเสียงค่อยในประโยคท้าย แม้ยุนจะยังอยากใกล้ชิดกับแจแต่ก็ยอมโดยดีเพราะเค้าก็เริ่มเมื่อยแขน แหมน้ำหนักต่างกันแค่ 3 โลเอง




&#8220;โอ๊ย!! เมื่อยแขนเป็นบ้า ปวดไปทั้งตัวเลยเนี่ย นวดให้หน่อยซิ &#8216;ที่รัก&#8217; >3< &#8221; ยุนแกล้งทำเป็นเมื่อยแขนเพื่อที่แจจะได้นวดให้ แต่เค้าก็เมื่อยจริงๆนั่นแหละ-*-



&#8220;ไม่มีใครขอให้ช่วยนี้ แล้วอีกอย่างใครเป็น...นายกัน >//< &#8221;




&#8220;เป็นอะไรนะ ไม่ค่อยได้ยินเลยน่ะ &#8216;ที่รัก&#8217; พูดอีกทีสิเราเป็นอะไรกัน&#8221; ยุนพูดเน้นหนักคำว่า&#8216;ที่รัก&#8217;




&#8220;ก็นั้นแหละ รู้ๆกันอยู่ พอได้แล้ว >///< &#8221;




&#8220;แหมๆๆ หน้าแดงเชียวนะนาย แต่มันก็ต้องเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่นายจะหวั่นไหว ก็ชั้นออกหล่อขนาดนี้ โฮะๆ&#8221; (...ยุนไมหัวเราะเงี้ยอะ)


แจได้แต่มองหน้ายุนด้วยความหมั่นไส้ แต่มันก็ถูกขอเค้า ยุนโฮมีใบหน้าได้รูปอันประกอบไปด้วยตาคม ปากรูปกระจับ และจมูกโด่งเป็นสันอันเปรียบดังประติมากรรมของจิตรกรนามไมเคิล แองเจโล(อย่างเว่อร์)ผู้เสกสรรผลงานอันลือชื่ออย่าง เดวิด










&#8220;ครืดดดดด ปึง&#8221; (เสียงเปิดรถตู้นะ)



&#8220;มาซะทีนะพวกนาย เป็นคนบอกให้รีบแต่ดันช้าเอง ไม่ไหวเลย&#8221; คังวูส่ายหน้ากับการผิดเวลาของทั้งคู่




&#8220;มัวแต่บ่นอยู่ได้น่ะคังวู ไอ้ที่จะสายน่ะมันก็จะยิ่งสายเข้าไปอีก ถ้านายมัวแต่นั่งบ่นแล้วไม่ออกรถซะที วู้ ไม่ไหวเลย&#8221; ยุนย้อนกลับทันที




&#8220;เออๆๆ เร็วๆพวกนาย ซาโฮ ฮยองมินไปถึงแล้วห้ามซนนะ แล้วก็อย่าพึ่งไปไหนจนกว่าชั้นจะบอก เข้าใจไหม&#8221; คังวูกล่าวเตือนสองสาว




&#8220;อ้อ แล้วไม่ใช่แค่ซาโฮกับฮยองมินนะ พวกนายก็ด้วย อย่าไปไหนกันตามใจชอบล่ะ พวกนายชอบหายอยู่เรื่อย&#8221; (โธ่ ลุงเค้าไปจู๋จี๋กัน)





&#8220;ค๊า รู้แล้วล่ะหน่า ไม่ต้องห่วงหรอกลุง&#8221; ฮยองมินและซาโฮพูดออกมาพร้อมกัน แล้วทั้ง 8 รวมคังวูด้วย ก็ออกเดินทางสู่ที่ถ่ายทำ MV ตัวใหม่ของพวกเค้า








ผ่านไปประมานเกือบ 1 ชม. รถลีมูซีนคันงามก็มาจอดเทียบท่าอยู่หน้าสถานที่ถ่ายทำ MV ซึ่งมันน่าตื่นตาตื่นใจมากเลยทีเดียว





&#8220;ว้าววววว ชั้นไม่ได้มาที่นี่นามเท่าไหร่แล้วเนี๊ยยย คิดถึงจังเลย&#8221; เซียออกอาการดีใจสุดๆที่ได้มาถ่าย MV ที่แห่งนี้



&#8220;งั้นเดี๋ยวถ่ายเสร็จแล้วเราไปเที่ยวกัน&#8221; มิกรีบตักน้ำที่ขึ้นจนล้น
.............&#8216;ฮึฮึ เราก็จะได้หาโอกาสเดทไปด้วย แล้วหลังจากนั้นเราแวบ ฮึฮึ ฮะฮะฮ่า&#8217;




&#8216;ไมรู้สึกหนาวๆ&#8217; ดูเหมือนเซียจะรู้สึกถึงลางร้ายจึง.........




&#8220;อืม เอาสิอยากเที่ยวอยู่เหมือนกัน&#8221; (ซื่อเหลือเกินนู๋จ๊าาา....อิอิ)





&#8220;นี่ๆๆ ชั้นว่าคังวูคงเตือนผิดคนแล้วล่ะ ฮยองมิน เธอดูดิพี่มิกกับพี่เซียซนยิ่งกว่าพวกเราอีก&#8221;



&#8220;ชั้นก็ว่างั้นแหละ ดูตาพี่เซียสิ ชั้นไม่ต้องป็นนอสตาดามุสก็รู้ว่าเดี๋ยวถ่ายเสร็จ พี่เค้าต้องหายไปแน่&#8221; แต่เธอก็ได้แต่อวยพรให้พี่มิกโชคดีในการรักษาความบริสุทธิ์ต่อไป



&#8220;พวกนายมารวมกันตรงนี่ เร็วชั้นจะอธิบายซีนของแต่ละคนนะ&#8221; คังวูเรียกทุกคนมารวมกันที่ทางเข้า ซึ่งตอนนี้พวกเค้าทั้งหมด(รวมทีมงานด้วย)ได้มาอยู่ ณ ที่ถ่ายทำ MV ตัวใหม่ซึ่งก็คือ................



To Be CON
#12  by  Vampire_Ririn At 2006-05-15 22:49, 
คือ........................................





&#8216;Lotte World&#8217; สวนสนุกชื่อดังในเกาหลีนั้นเอง(ใครเคยไปบ้างมีสารพัดเครื่องเล่น อยากไปๆ)



&#8220;เอาล่ะ มากันครบแล้วนะ พล็อตเรื่องคือ พวกนาย 5 คนได้มาเที่ยวสวนสนุก ต่อมาพวกนายได้พอกับสองสาว คือ ซาโฮและฮยองมิน ก็ตกหลุมรักจึงใช้เวลาที่อยู่ในสวนสนุกแห่งนี้จีบพวกเธอ โดยแต่ละคนจะชวนหญิงสาวไปเล่นเครื่องเล่นด้วย ตรงนี้ต่างคนต่างเลือกตามใจชอบ แต่อย่าซ้ำกันล่ะ พอตอนจบพวกนายก็จะนัดกับพวกเธอให้มาเจอกันตรงสวนดอกไม้กลางสวนสนุกเผื่อที่จะให้ของขวัญ ทำให้พึ่งรู้ว่าพวกนายจีบคนเดียวกันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้โกรธอะไร พวกนายก็ชวนเธอคุย ยิ้ม หัวเราะ ทำอะไรก็ได้ที่ดูมีความสุขน่ะ &#8221; ผู้กำกับทำความเข้าใจกับทุกคนในวง รวมทั้งสองสาวและทีมงานด้วย




&#8216;&#8216;ทำอะไรก็ได้ที่มันมีความสุขหรอ......อ่า งั้นซีนความสุขของผมทำที่นี่มันออกจา....โจ่งแจ้งไปหน่อยน้ะครับ>.<&#8217;&#8217; มิกพูดขึ้นอย่างทะลึ่ง



&#8216;โป๊กกกกก!!&#8217;

มเงกขอกผู้กำกับคนเก่งลอยมาปะทะทรงผมเท่ๆของมิกเข้าให้ ก็ดูคุณเธอพูดเข้าซิ น่าจะถีบซ้ำซะด้วยนะเนี๊ยย




&#8216;&#8216;ลามกไปหน่อยป้ะคุณชาย จะเอาอะไรกับเด็กอายุสามารถเป็นลูกนายได้(เว่อร์ไปป่าวๆ) ท่าจะทำชั้นก็ไม่ห้าม แต่ นู้นน ไปทำกับเซียกี้นู้นไป๋&#8217;&#8217; แทนที่ผู้จัดการจะด่ากับกลายเป็นว่าเขากับแนะหนทางแห่งแสงสะหว่างให้มิกได้ซะนี่




&#8216;&#8216;ห๊าาาา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมเล่า!!&#8217;&#8217; เซียกล่าวออกมาอย่างตกใจ หน้าของเขาแดงระเรื่อขึ้นจะเท่ากับสีของริมฝีปากของเขาอยู่แล้ว>///<




&#8216;&#8216;เฮ้ออออ เรื่องนี้เดี๋ยวพวกนายไปต่อกันเองล่ะกันนะ จะทำกันตอนไหนก็อย่าลืมเอาตั๋วรอบพิเศษมาให้ชั้นด้วยล่ะ ตอนนี้มาทำงานกันก่อน อย่านอกเรื่องให้มาก!! เอ่อ...ขอโทษครับที่นอกเรื่องกัน.....คือพวกเราต้องไปกับทั้งสองคนเลยใช่ไหมครับ หมายถึงต้องจีบทั้ง 2 คนพร้อมกัน&#8217;&#8217; แจรีบเอ่ยขัดเซียกับมิกขึ้น แต่ก็ไม่วายหยอดแซ่วทั้งคู้ แล้วจัดการถามเรื่องที่เขาสงสัยต่อ









&#8220;ก็ไม่เชิงนะ คือพวกนายน่ะจะชอบคนใดคนหนึ่ง คือไม่ชอบซาโฮก็ชอบฮยองมิน แต่นางเอกเค้ามาเที่ยวด้วยกันไง เวลานายชวนไปเล่นอะไรเค้าก็ต้องไปด้วยกันไง&#8221; ผู้กำกับอธิบายอีกรอบ




&#8220;ไม่มีใครสงสัยอะไรแล้วนะ งั้นแบ่งเป็นสองกลุ่มนะใครจะไปแต่งตัวก่อน ใครจะไปแต่งหน้า ทำผมก่อน&#8221; คังวูจึงจัดการแบ่งเป็น 2 ฝ่ายเพื่อความรวดเร็ว







(ห้องแต่งตัว)





&#8220;นี่คือเครื่องเล่น 5 อย่างที่จัดเค้าฉากไว้ พวกนายเอาไปเลือกคนละอย่างนะ&#8221; คังวูยื่นกระดาษลงสถานที่ ที่เลือกมาให้




&#8220;ไหน ดูดิ๊จะมีไรบ้าง.... มีไวกิ้ง รถไฟเหาะ บ้านผีสิง โกคลาส แล้วก็จักรยานน้ำ-*- อันสุดท้ายนี่มันถือว่าเป็นเครื่องเล่นด้วยหรอ?&#8221; ยุนโฮอ่านรายการทั้งหมดให้เพื่อนๆฟัง




&#8220;ชั้นไม่เอาบ้านผีสิงแน่ๆ ชั้นกลัวผีแต่ชั้นว่าน่าจะเหมาะกับมิกนะ เพราะผีมันก็ญาติมนุษย์ต่างดาวแหละ ฮ่าฮ่า&#8221; ชางมินพูดกลั้วหัวเราะ




&#8220;อย่ามาทำเป็นว่าคนอื่นหน่อยเลย ตัวเองก็ชอบพูดคนเดียว ยังไม่มีใครว่าเลย&#8221; มิกกี้ตอกกลับ

(อิอิ เคยอ่านเจอว่า มิกชอบพูดคนเดียว แล้วดงบังที่เหลือก็คิดว่าเค้าอาจจะเป้นมนุษย์ต่างดาว 55)




&#8220;พอๆ พวกนายนี่ก็กัดกันเป็นเด็กๆไปได้ ชั้นจะขออะไรพวกนายอย่างนึงนะ ชั้นขอให้แจเข้าฉากจักรยานน้ำละกัน ไม่มีเหตุผลหรอกแต่ถือซะว่าชั้นขอร้อง แล้วนายจะให้ชั้นเข้าฉากไหนก็ได้&#8221; ยุนขอเพื่อนๆเพื่อที่แจจะได้เข้าฉากที่เค้าคิดว่าจะไปกระทบกระเทือนขาแจน้อยที่สุด




&#8220;เอ่อ ชั้นก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมแต่นายขอร้องถึงขนาดนี้ แต่ไม่ให้ก็ใจร้ายไปหน่อย&#8221; มิกพูดพร้อมกับหันมาถามความเห็นของทุกคนในวง




แม้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดยุนถึงต้องขอร้องกันขนาดนี้แต่ก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะมีน้อยครั้งที่ยุนจะก้มหัวขอร้องใคร เค้าคงมีเหตุผลที่สำคัญมากแต่ดูเหมือนมีคนหนึ่งที่เข้าใจการกระทำของยุน




&#8216;นายเป็นห่วงแจขนาดนั้นเลยหรอยุน แจคงสำคัญมากสินะ&#8217; มินได้แต่คิดในใจเศร้าๆ




&#8220;ขอบใจพวกนายมากนะ แจนายทำได้ใช่ไหม&#8217; ยุนหันไปสบตากับแจ



&#8220;นายนี่อะไร ชั้นไม่ได้เป็นง่อยนะ ก็ต้องทำได้ซิ แค่ถีบจักรยานน้ำ ทำยังกับเราขาพิการ&#8221;



&#8216;อ๊ะ ขาพิการ ลืมไปเลยว่าเราขาเดี้ยงอยู่ ขนาดตัวเราเองยังลืมเลยแต่ยุนกลับจำได้แล้วเป็นห่วงเราขนาดนี้ ที่ให้เราเข้าฉากจักรยานน้ำคงเป็นเพราะว่าไม่ต้องเดิน ถึงเราไม่ถีบซาโฮกับฮยองมินก็ถีบให้เราได้ ยุนนายทำให้ชั้นหวั่นไหวอีกแล้วนะ&#8217; แจคิดอย่างสับสน




แล้วเมื่อเงยหน้า แจก็พบกับสายตาที่แสดงความห่วงจากยุนโฮ แจจึงทำปากเป็นคำว่า&#8216;ขอบคุณ&#8217; พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสที่สุดในโลกเท่าที่ยุนเคยเห็นมา แล้วยุนจึงเข้าไปตกลงเรื่องฉากกับอีก 4 คนที่เหลือ




ผลออกมา คือ เซีย เลือกรถไฟเหาะ มิน เลือกไวกิ้ง มิก เลือกขับโกลคาส และยุน เลือกบ้านผีสิงจริงๆจะว่าเลือกก็ไม่ถูกคงเป็นการยัดเยียดซะมากกว่า ใครมันจะกล้าเข้าบ้านผีสิงที่น่ากลัวที่สุดในเกาหลีหล่ะ คงไม่กล้าตื่นมากินข้าวตอนเที่ยงคืนอีกนาน (เฉพาะมินกะมิกนะ ชอบตื่นมากินกันตอนเที่ยงคืน^^)




&#8220;พวกพี่ๆนี่ดีเนาะ ยังมีสิทธ์เลือก พวกนู๋เนี่ยสิ ต้องเล่นมันทุกอันเลย สยอง~&#8221; ซาโฮบ่น ก็เธอน่ะกลัวผีมากๆ ก็ต้องโทษพี่ชายตัวแสบดันชอบแกล้งตอนเด็กๆจนเธอฝังใจ




&#8220;เฮ้อ เธอนี่น๊า กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง ชั้นว่ามันน่าสนุกออกชั้นชอบเล่นอะไรเสียวๆที่สุดเล